working-life

การทำงานสอนให้รู้อะไรหลายอย่าง

ชีวิตเริ่มทำงานตั้งแต่อายุประมาน 19 ปีทำงานห้างขายปลีกตอนนั้นเองที่ทำเพราะอยู่ใกล้บ้านเดินไปกลับ เข้างานบ่ายเลิกดึกไปถึงมีงานอะไรก็ทำตามที่พี่ในแผนกสั่งพอทำส่วนที่บอกเรียบร้อยแล้วก็ถามคนอื่นมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า หมดเวลาก็กลับบ้านนอนถึงเวลาก็ไปทำงาน เป็นการทำงานที่เป็นระบบรู้สึกสนุกหน่อยๆ อาจเป็นเพราะว่าเรายังไม่เคยได้ทำแบบนี้พอทำได้ระยะหนึ่งก็ออกไปทำร้านเกมกับเพื่อนจนถึงเวลาที่ต้องตรวจคัดเลือกทหาร ก่อนหน้าได้คุยกับทางบ้านไว้ว่าหากไม่ติดจะเรียนต่อเพราะวุฒิเราน้อยสรุปว่าไม่ติดทหารจึงได้เรียนต่อและทำงานที่ใหม่โดยที่เก่ายังคงอยากให้เราอยู่กับเค้าต่อก่อนที่จะออก ผมเรียนต่อภาคค่ำเลิกเรียนทำงานต่อถึง 8 โมงเช้าเหนื่อยทุกวันแต่หยุดไม่ได้ผมดันอยู่ในแผนกที่งานหนักๆ ซึ่งผมเองเป็นคนที่ตัวเล็กแต่สูงพี่ที่ทำงานร่วมกับผมลาบวช แต่ก็ไม่มีใครมาช่วยงานผมทั้งที่ของแผนกอื่นเบากว่าทำคนเดียวได้แต่ผมก็ไม่ว่าอะไรคิดซะว่าเป็นงานทำไปจากนั้นได้ผ่านมาอีก 1 ที่แล้วมีเหตุต้องย้ายบ้าน

 

และแล้วก็ได้รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร

lack-of-support

กระทั้งได้ไปทำงานแถวรัชดาที่ทุกอย่างเริ่มจากไม่มีอะไรเป็นระเบียบ ซึ่งตอนนี้ผมเรียนจบมาในระดับหนึ่งแล้วได้จัดการทุกอย่างวางแผนงานทำเอกสารเข้างานก่อนเลิกงานช้าเตรียมงานล่วงหน้า 2 วันเป็นอย่างน้อยตรวจทุกอย่างก่อนกลับบ้านประสานงานกับแผนกต่างๆ จนถึงวันที่ผมมีเหตุต้องย้ายที่พักหัวหน้าเองบอกจะช่วยเหลือให้ไปหารายละเอียดมาผมก็ทำตามและได้แจ้งรายละเอียดไป แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบจนถึงวันสุดท้ายผมเองได้ขอเขียนใบลาออกแต่ก็ไม่ให้เขียนถึงเวลาโดนหักเงินเนื่องจากว่าไม่มีการแจ้งออกก่อนชีวิตหน่อ พลาดเองอยู่ในเกมที่เค้ากำหนดไว้แล้วจึงได้กลับมาอยู่บ้านของตัวเองเสียที หางานทำไม่ไกลบ้านพอไปไหวมีน้องที่ทำอยู่แนะนำมาเลยไปลองสมัครดูทำไปได้เกือบ 2 ปีที่ตอนหลังได้รู้ว่านอกจากผมและน้องทั้งบริษัทคิดว่าแผนกที่ผมทำมีกันแค่ 2 คนทั้งๆ ที่มี 3 มีงานก็โยนมาให้งานหัวหน้าทำเองจะได้มีเครดิตตอนส่งงาน

deception

ทำไงต่อเมื่อน้องหนีออกไปก่อนผมก็ต้องออกตามอยู่กับคนแบบนี้อึดอัดคนทั้งบริษัทรู้กันหมดยกเว้นเจ้าตัว จากที่เห็นหลายคนอาจจะคิดว่าผมไม่สู้งานหรือเปล่า ผมว่าผมมีความรับผิดชอบต่องานตัวเองอยู่มากแต่สมัยนี้หรือสมัยไหนสุภาษิตยังใช้ได้เสมอ “คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก” งานคืองานแต่เพื่อนร่วมงานที่ดีมันไม่เหมือนกันถ้าไม่ต้องคุยงานร่วมกันผมว่าบางทีผมอาจจะอยู่ได้นะ ทำงานหาเงินกลับบ้านเท่านั้นเอง ใครที่กำลังจะเริ่มทำงานบางครั้งมันไม่สนุกเหมือนที่คิด สิ่งที่ต้องคิดให้ได้คือการปรับตัวเพื่อนร่วมงานคือส่วนหนึ่งที่หลายคนจะบอกว่ามีผลกระทบต่อตนเองมากกว่างานเสียอีก

my-friend

ไม่มีอะไรที่สายเกินไป หากคิดจะทำแล้วละก็

ยังจำเรื่องก่อนหน้าได้หรือไม่ที่ได้ไปเรียนต่อก่อนหน้าผมได้ลงเรียนภาคปกติมันก็ตลกดีที่ห่างเรียนไปนานถึง 5 ปีแล้วคิดจะกลับไปเรียนใหม่ให้จบ ผมได้เริ่มที่จะหาว่าที่ไหนน่าสนใจเพื่อเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ตัวเองเรียนให้จบผมมีวุฒิเป็น ปวช. จะต่อ ปวส. หากย้อนไปหลังจากจบ ม.3 ผมได้หาที่สอบแล้วสอบติดทั้ง 2 ที่แต่แม่บอกว่าให้เรียนใกล้บ้านผมเองก็ตกลงเมื่อต่อ ปวส. ผมคุยขอย้ายที่เรียนก็ถูกบังคับให้เรียนต่อที่เดิมแต่ใจผมไปอยู่ที่อื่นเรียบร้อยเลยเป็นเหตุให้เรียนไม่จบตั้งแต่แรก ต่อเรื่องเรียน ปวส. มีผมกับน้องๆ ที่คิดจะหาที่เรียนเหมือนกันเลยตกลงกันว่าจะไปที่เดียวกันรวมผมด้วยทั้งหมด 4 คนและแล้ววันเปิดเทอมก็มาถึง เป็นสิ่งที่จะไม่ทำให้ที่บ้านต้องผิดหวังเข้าห้องเรียนวันแรกจะมีเด็กซิ่วมาเรียนด้วยนั่งกันครึ่งหลังของห้องหมด คือด้วยผมที่คิดว่าผมอายุเวลานั้นเยอะมากแล้วไม่จำเป็นต้องตามใครพอเห็นแบบนั้นนั่งแถวหน้าทันทีพร้อมกระเป๋านักเรียนแบบเด็กมัธยมปลายที่ผู้หญิงชอบใช้กันใบเล็กพอดีมีอยู่ที่บ้าน

 

โอกาสสุดท้ายตั้งใจต้องทำให้ได้

must-be-done

จดทุกอย่างที่มีผมก็นั่งอย่างนั้นเป็นประจำไปเรียนกลับบ้านเหมือนตอนทำงาน กระทั่งวันหนึ่งมีคนมานั่งข้างก็ไม่ได้สนใจอะไรเรียนไปตามปกติมีเสียงดังขึ้นมาว่า “ทำไมไม่ขีดเส้นละ” ในหัวก็ งงๆ หันไปมองหน้าแล้วพูดออกไปว่า “ไม่รู้ก็ทำแบบนี้มานานแล้ว” หันกลับมาเขียนต่อแต่ยังไม่จบมีไม้บรรทัดยื่นมา “เอาไปตีเส้น” คิดในใจอะไรของเค้าน้องคนนี้ผมก็พูดกับไปว่า “คิดว่ารุ่นเดียวกันหรอไง” ดูเหมือนผมไม่เป็นมิตรเลยซึ่งผมแค่จะบอกเป็นนัยๆ ว่าเราโตกว่านะจะมายุ่งอะไรกับเรา ก่อนหน้าผมโดนหักอกมา 4 คนเลยไม่คิดจะยุ่งอะไรกับใครนั้นเอง จากวันนั้นก็เริ่มคุยกันบ่อยขึ้น เธอเป็นหัวหน้าห้องผมเป็นรอง ควบด้วยรองประธานนักเรียนงานเข้าหนักเลยเพราะอาจารย์คิดว่ามาเรียนเงียบๆ แท้ๆ สุดท้ายกิจกรรมเต็ม ผมเองก็พยายามเกรดออกมา 3.00 ขึ้นทุกครั้ง ไปไหนทำอะไรก็จะไปด้วยกันตลอดในโรงเรียนแล้วผมก็ได้ย้ายไปเรียนภาคค่ำอย่างที่บอกไปก่อนห้า เมื่อมองย้อนไปถึงเวลาช่วงนั้นเป็นอะไรที่รู้สึกว่ามีความมุ่งมั่นในการทำอะไรสักอย่างมันทำให้เราได้รู้ว่าการเรียนเมื่อไหร่ก็ได้แต่สำหรับพ่อแม่นั้นคือไม่ได้ เชื่อได้หลายๆ บ้านต่างก็อยากที่จะให้ลูกได้มีการศึกษาที่ดีแม้ว่าถึงเวลานั้นเค้าจะไม่ได้นำไปใช้เลยก็ตาม ขอผมแลกการเรียนด้วยการทำงานที่หาเงินใช้เองเรียนรู้ชีวิตด้วยตนเอง ไม่มีอะไรที่สายเกินไปหากคิดจะทำอะไรต่อให้จะใช้เวลานานแค่ไหนก็ตามในชีวิตอย่างผม

classroom